เรื่อง คุณสมบัติพื้นฐานของการสื่อสารข้อมูล
การสื่อสารข้อมูลจะมีคุณสมบัติพื้นฐาน 3 ประการ ซึ่งประกอบด้วย
1. การส่งมอบข้อมูล
คือระบบจะต้องสามารถส่งข้อมูลไปยังผู้รับปลายทางได้อย่างถูกต้อง
2. ความถูกต้องและแน่นอน
คือระบบจะต้องที่ข้อมูลได้อย่างถูกต้องและแน่นอน หากข้อมูลที่ส่งเกิดเสียหาย จะต้องมรระบบส่งข้อความเตือน รวมถึงการกู้ข้อมูลด้วยการส่งข้อมูลรอบใหม่ เป็นต้น
3. ระยะเวลา
คือระบบจะต้องส่งข้อมูลไปยังปลายทางในช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้ประโยชน์ตัวอย่างเช่น ระบบ Real Time ที่จะต้องตอบสนองเวลาจริงแบบทันทีทันใด ดังนั้นข้อมูลที่ส่งไปจะต้องส่งบนสายสื่อสารที่มีความเร็วสูง และต้องมีค่าหน่วงเวลาน้อยที่สุดที่ระบบนั้นๆสามารถยอมรับได้
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
บทที่1 ตอนที่2 องค์ประกอบของระบบสื่อสาร
องค์ประกอบของระบบสื่อสาร
การส่งข่าวจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง จำเป็นต้องพึ่งพาส่วนประกอบหลายส่วนด้วยกันจึงทำให้การสื่อสารนั้นเสร็จสมบูรณ์ลงได้ จำเป็นต้องมีองค์ประกอบ 5 ประการดังนี้
1. ข้อมูล
ข้อมูลในที่นี้ก็คือ ข่าวสารที่ต้องการส่งไปยังปลายทาง ข่าวสารเหล่านี้อาจเป็นข้อความ ภาพ วิดีโอ หรือสื่อประสม(Multtimedia) ทั้งนี้ข้อมูลที่จะส่งไปจะได้รับการเข้ารห้ส และส่งผ่านสายส่งข้อมูลไปยังปลายทาง ครั้นเมื่อปลายทางได้รับข้อมูลแล้ว ก็ดำเนินการถิดรหัสข้อมูลข่าวสารนี้ ให้กลับมาอยู่ในรูปแบบเดิมเหมือนกับต้นฉบับที่ส่งมา
2. ผู้ส่ง
ผู้ส่งคือ อุปกรณ์ที่นำมาใช้สำหรับการส่งข่าวสาร ตัวอย่างอุปกรณ์ส่งข้อมูล เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ เป็นต้น
3. ผู้รับ
ผู้รับคือ อุปกรณ์ที่นำมาใช้สำหรับรับข่าวสารที่ส่งมาจากฝ่ายส่งข้อมูง ตัวอย่างอุปกรณ์รับข้อมูล เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ วิทยุ โทรทัศน์ เป็นต้น
4. สื่อกลางส่งข้อมูล
การรับส่งข้อมูลจำเป็นต้องใช้สื่อกลางสำหรับการสื่อสาร ซึ่งเปรียบเสมือนกับถนนที่ใช้เลียงข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทางนั่นเอง ทั้งนี้สื่อกลางส่งข้อมูลยังสามารถเป็นแบบมีสายหรือไร้สายก็ได้ ตัวอย่างสื่อกลางส่งข้อมูลแบบมีสาย เช่น สายสัญญาณต่างๆ ส่วนตัวอย่างสื่อกลางส่งข้อมูลแบบไร้สาย เช่น คลื่นวิทยุ คลื่นอินฟราเรค เป็นต้น
5. โปรโตคอล
การสื่อสารระหว่างต้นทางไปยังปลายทางจะสมบูรณืต่อเมื่อทั้งผู้ส่งและผู้รับต่างสามารถสื่อสารกันได้อย่างเข้าใจ ดังนั้นโปรโตคอลจึงมีบทบาทหน้าที่สำคัญเพื่อการนี้ โดยโปรโตคอลจะเปรียบเสมือนภาษาหรือข้อกำหนดเพื่อให้ผู้ส่งและผู้รับสามารถสื่อสารกันได้อย่างเข้าใจ เพื่อนำไปสู่การปฎิบัตืตามกติกาและข้อตกลง และส่งผลให้การสื่อสารทั้งสองฝ่ายเกิดผลสัมฤทธิ์ในที่สุด
การส่งข่าวจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง จำเป็นต้องพึ่งพาส่วนประกอบหลายส่วนด้วยกันจึงทำให้การสื่อสารนั้นเสร็จสมบูรณ์ลงได้ จำเป็นต้องมีองค์ประกอบ 5 ประการดังนี้
1. ข้อมูล
ข้อมูลในที่นี้ก็คือ ข่าวสารที่ต้องการส่งไปยังปลายทาง ข่าวสารเหล่านี้อาจเป็นข้อความ ภาพ วิดีโอ หรือสื่อประสม(Multtimedia) ทั้งนี้ข้อมูลที่จะส่งไปจะได้รับการเข้ารห้ส และส่งผ่านสายส่งข้อมูลไปยังปลายทาง ครั้นเมื่อปลายทางได้รับข้อมูลแล้ว ก็ดำเนินการถิดรหัสข้อมูลข่าวสารนี้ ให้กลับมาอยู่ในรูปแบบเดิมเหมือนกับต้นฉบับที่ส่งมา
2. ผู้ส่ง
ผู้ส่งคือ อุปกรณ์ที่นำมาใช้สำหรับการส่งข่าวสาร ตัวอย่างอุปกรณ์ส่งข้อมูล เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ เป็นต้น
3. ผู้รับ
ผู้รับคือ อุปกรณ์ที่นำมาใช้สำหรับรับข่าวสารที่ส่งมาจากฝ่ายส่งข้อมูง ตัวอย่างอุปกรณ์รับข้อมูล เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ วิทยุ โทรทัศน์ เป็นต้น
4. สื่อกลางส่งข้อมูล
การรับส่งข้อมูลจำเป็นต้องใช้สื่อกลางสำหรับการสื่อสาร ซึ่งเปรียบเสมือนกับถนนที่ใช้เลียงข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทางนั่นเอง ทั้งนี้สื่อกลางส่งข้อมูลยังสามารถเป็นแบบมีสายหรือไร้สายก็ได้ ตัวอย่างสื่อกลางส่งข้อมูลแบบมีสาย เช่น สายสัญญาณต่างๆ ส่วนตัวอย่างสื่อกลางส่งข้อมูลแบบไร้สาย เช่น คลื่นวิทยุ คลื่นอินฟราเรค เป็นต้น
5. โปรโตคอล
การสื่อสารระหว่างต้นทางไปยังปลายทางจะสมบูรณืต่อเมื่อทั้งผู้ส่งและผู้รับต่างสามารถสื่อสารกันได้อย่างเข้าใจ ดังนั้นโปรโตคอลจึงมีบทบาทหน้าที่สำคัญเพื่อการนี้ โดยโปรโตคอลจะเปรียบเสมือนภาษาหรือข้อกำหนดเพื่อให้ผู้ส่งและผู้รับสามารถสื่อสารกันได้อย่างเข้าใจ เพื่อนำไปสู่การปฎิบัตืตามกติกาและข้อตกลง และส่งผลให้การสื่อสารทั้งสองฝ่ายเกิดผลสัมฤทธิ์ในที่สุด
บทที่ 1 ตอนที่1 พื้นฐานการสื่อสารข้อมูล
เรื่อง พื้นฐานการสื่อสารข้อมูล
การสื่อสารข้อมูลเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสองอุปกรณื โดยจุดประสงค์หลักของการสื่อสารโดยทั่วไปแล้วจะเหมือนกันก็คือ การส่งข่าวสารที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ทั้งนี้ข่าวสารอาจเป็นเสียงสนทนาที่พูดคุยกัน จดหมาย หรือเสียงดนตรี แต่สำหรับในรายละเอียดแล้ว เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลจเป็นการส่งข้อมูลที่อาจเป็นข้อมูลตัวอักษร เสียง และรูปภาพ ที่จัดเก็บในรูปแบบของข้อมูลดิจิตอลนำมาเข้ารหัสให้อยู่ในรูปแบบของสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือคลื่นแสง เพื่อส่งผ่านไปยังสื่อกลางส่งข้อมูลเพื่อไปยังปลายทางที่ต้องการ ครั้นเมื่อปลายทางได้รับข้อมูลแล้วก็จะแปลงคลื่นสัญญาณดังกล่าวให้กลับมาเป็นข้อมูลเหมือนกับต้นทางที่ส่งมา ทั้งนี้สัญญาณที่ส่งผ่านสื่อกลางนั้นยังสามารถเป็นได้ทั้งสัญญาณแอนะล็อก หรือสัญญาณดิจิตอลก็ได้
การสื่อสารข้อมูลเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสองอุปกรณื โดยจุดประสงค์หลักของการสื่อสารโดยทั่วไปแล้วจะเหมือนกันก็คือ การส่งข่าวสารที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ทั้งนี้ข่าวสารอาจเป็นเสียงสนทนาที่พูดคุยกัน จดหมาย หรือเสียงดนตรี แต่สำหรับในรายละเอียดแล้ว เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลจเป็นการส่งข้อมูลที่อาจเป็นข้อมูลตัวอักษร เสียง และรูปภาพ ที่จัดเก็บในรูปแบบของข้อมูลดิจิตอลนำมาเข้ารหัสให้อยู่ในรูปแบบของสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือคลื่นแสง เพื่อส่งผ่านไปยังสื่อกลางส่งข้อมูลเพื่อไปยังปลายทางที่ต้องการ ครั้นเมื่อปลายทางได้รับข้อมูลแล้วก็จะแปลงคลื่นสัญญาณดังกล่าวให้กลับมาเป็นข้อมูลเหมือนกับต้นทางที่ส่งมา ทั้งนี้สัญญาณที่ส่งผ่านสื่อกลางนั้นยังสามารถเป็นได้ทั้งสัญญาณแอนะล็อก หรือสัญญาณดิจิตอลก็ได้
วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
เรื่องที่ 3 Team Viewer คือ
Team Viewer คือ
โปรแกรมประเภท รีโมทระยะไกล เพื่อเชื่อมต่อการทำงานระหว่างเครื่อง PC สองเครื่องที่อยู่ต่างสถานที่กัน จริงๆแล้วมีเยอะมาก แต่ละตัวมีทั้งดีๆ และมั่วๆก็เยอะ แต่ตัวที่นำมาแนะนำกันในวันนี้ ผมลองใช้มานานพอสมควรแล้ว เห็นว่าใช้งานได้ดี และมีประโยชน์มากเลยขอนำมาบอกเล่าสู่กันฟัง
โปรแกรม ประเภทนี้ มันช่วยให้เราทำงานสะดวกมากขึ้น เช่นกรณีอยู่นอกบ้าน หรือนอก office แล้วต้องการไฟล์ในเครื่องที่อยู่ที่บ้าน หรือเครื่องที่อยู่ต่างสถานที่กัน เราสามารถใช้ Internet เชื่อมต่อไปยังอีกเครื่องได้แบบสะดวกมากขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางไปเอาไฟล์ที่เครื่องนั้นๆ หรือหากกรณี ใช้ในแง่ของฝ่าย Support ให้กับลูกค้า เราก็สามารถเข้าไปยังเครื่องของลูกค้าที่อยู่ต่างสถานที่เพื่อจัดการ เครื่องคอมพิวเตอร์ของเค้าให้ได้แบบง่ายๆ อย่างกรณีผมเอง ในบางครั้งจำเป็นต้องเข้าไปแก้ระบบเครื่อง คอมพิวเตอร์ที่มีปัญหาซึ่งอยู่ต่างสถานที่ บางทีใช้การโทรศัพท์บอกอีกฝ่ายก็ลำบาก หากอีกฝ่ายไม่ค่อยมีความชำนาญเรื่องคอมพิวเตอร์
เคยมีเคสตลกๆ เจอมาเยอะครับ เช่นกรณี Windows มีปัญหา แล้วต้องคุยผ่านทางโทรศัพท์บอกให้อีกฝ่ายเปิดหน้าต่างโปรแกรมต่างๆ ขึ้นมา พอทำเสร็จบอกทางโทรศัพท์ว่า ให้ปิดหน้าจอนั้นลงไปก่อน พี่แกเล่นกดปุ่ม สวิทย์หน้าจอ Monitor ไปเลย งง เลยทีนี้!
โปรแกรม Teamviewer ที่นำมาแนะนำกันในวันนี้ มันใช้งานได้ง่ายมากครับ แทบไม่ต้องมีความรู้อะไรมาเกเลย หลักการง่ายๆก็คือ ให้ไป Download โปรแกรม Teamviewer http://www.teamviewer.com/index.aspx
ซึ่ง เป็นโปรแกรมแบบฟรีแวร์ นำมาติดตั้งลงในเครื่อง PC ทุกเครื่องที่ต้องการเชื่อมหากัน หลังจากนั้นก็โทรไปถาม user name กับ password อีกฝ่ายที่เราจะ รีโมทเข้าไปเครื่องเค้า แค่นี้หละครับ ! หลังจากนั้น เราก็เปิดโปรแกรมบนเครื่องเราขึ้นมา ใส่ user name+ password อีกฝ่าย แค่นนี้ก็สามารถเชื่อม เพื่อดึงหน้าจอ เครื่องอีกฝ่ายมาโชว์บนเครื่องเราได้แล้ว
โปรแกรม Teamviewer ที่นำมาแนะนำกันในวันนี้ มันใช้งานได้ง่ายมากครับ แทบไม่ต้องมีความรู้อะไรมาเกเลย หลักการง่ายๆก็คือ ให้ไป Download โปรแกรม Teamviewer http://www.teamviewer.com/index.aspx
ซึ่ง เป็นโปรแกรมแบบฟรีแวร์ นำมาติดตั้งลงในเครื่อง PC ทุกเครื่องที่ต้องการเชื่อมหากัน หลังจากนั้นก็โทรไปถาม user name กับ password อีกฝ่ายที่เราจะ รีโมทเข้าไปเครื่องเค้า แค่นี้หละครับ ! หลังจากนั้น เราก็เปิดโปรแกรมบนเครื่องเราขึ้นมา ใส่ user name+ password อีกฝ่าย แค่นนี้ก็สามารถเชื่อม เพื่อดึงหน้าจอ เครื่องอีกฝ่ายมาโชว์บนเครื่องเราได้แล้ว
เหมือนกับว่าเราไปนั่งอยู่ที่หน้าจอเครื่องนั้นจริงๆเลย เราลองมาดูโปรแกรมการทำงานเสียหน่อยดีกว่า
ใน ภาพบนเป็นโปรแกรม Teamviewer หลังจากติดตั้งเสร็จแล้วเรียกโปรแกรมขึ้นมาก็จะมีหน้าจอแบบภาพด้านบน ในวงกลมหมายเลข 1 คือ ID + Password ของเครื่องฝั่งเรา หากต้องการให้อีกฝั่งเชื่อมเข้ามาก็ โทรไปบอกเลข ID+ Password ให้อีกฝ่าย
หมาย เลข 2 คือ ช่องกรอกตัวเลข ID ของเครื่องที่เราต้องการเชื่อมไป และสามารถเลือกรูปแบบได้ว่าจะเข้าไปแบบไหน หากต้องการเข้าไปแบบเต็มๆ เหมือนนั่งหน้าจอเครื่องเค้าเลยก็ให้เลือกที่ Remote support หลังจากนั้นกดที่ปุ่ม Connect to partner แล้วจะมีหน้าต่างให้กรอก Password โชว์ขึ้นมา ก็ให้กรอกไปแล้วก็สามารถใช้งานได้ทันที
โปรแกรม นี้มีความปลอดภัยในระดับที่ดีมาก แต่ก็ไม่ถึงกับ 100% แต่สามารถฝ่า Firewall ได้แบบง่ายๆ ไม่ต้องตั้งค่าอะไรเลย ผมลองใช้แล้วชอบมากครับ เป็นโปรแกรมที่ฟรีและดีมากจริงๆ ช่วยให้การทำงานผมสะดวกขึ้นมาก ลองใช้ดูครับ ผมว่าหลายๆคนน่าจะชอบโปรแกรมตัวนี้
หมาย เลข 2 คือ ช่องกรอกตัวเลข ID ของเครื่องที่เราต้องการเชื่อมไป และสามารถเลือกรูปแบบได้ว่าจะเข้าไปแบบไหน หากต้องการเข้าไปแบบเต็มๆ เหมือนนั่งหน้าจอเครื่องเค้าเลยก็ให้เลือกที่ Remote support หลังจากนั้นกดที่ปุ่ม Connect to partner แล้วจะมีหน้าต่างให้กรอก Password โชว์ขึ้นมา ก็ให้กรอกไปแล้วก็สามารถใช้งานได้ทันที
โปรแกรม นี้มีความปลอดภัยในระดับที่ดีมาก แต่ก็ไม่ถึงกับ 100% แต่สามารถฝ่า Firewall ได้แบบง่ายๆ ไม่ต้องตั้งค่าอะไรเลย ผมลองใช้แล้วชอบมากครับ เป็นโปรแกรมที่ฟรีและดีมากจริงๆ ช่วยให้การทำงานผมสะดวกขึ้นมาก ลองใช้ดูครับ ผมว่าหลายๆคนน่าจะชอบโปรแกรมตัวนี้
วิธีการใช้งาน Team Viewer
คอมพิวเตอร์ทั้งสองฝั่งต้องติดตั้งโปรแกรม TeamViewer เหมือน ๆ กัน
1. สำหรับเครื่องไหนที่เป็นเครื่องที่เราจะไปตีท้ายครัว
ก่อนอื่นก็เรียกโปรแกรมขึ้นมาก่อน แล้วทำการจดหมายเลขของเครื่องเขาไว้
(ให้ เรียกโปรแกรม TeamView ขึ้นมาโดยไปคลิกที่ไอคอน TeamViewer 3 ที่ Desktop ของ Windows ถ้าหาไม่เจอก็ลองไปหาใน Start Menu ของ windows เอาเองก็แล้วกัน)
1. สำหรับเครื่องไหนที่เป็นเครื่องที่เราจะไปตีท้ายครัว
ก่อนอื่นก็เรียกโปรแกรมขึ้นมาก่อน แล้วทำการจดหมายเลขของเครื่องเขาไว้
(ให้ เรียกโปรแกรม TeamView ขึ้นมาโดยไปคลิกที่ไอคอน TeamViewer 3 ที่ Desktop ของ Windows ถ้าหาไม่เจอก็ลองไปหาใน Start Menu ของ windows เอาเองก็แล้วกัน)
ให้คุณจดหมายเลข ID ของเครื่องที่เราจะเข้าไปตีท้ายครัว (กรอบสีฟ้าตามลูกศรชี้)
2. เปิดโปรแกรม TeamViewer ที่อยู่ในเครื่องของเรา (วิธีเปิดเหมือนข้อ 1) จะปรากฎหน้าตาดังภาพ
ที่ช่อง ID สีขาวตามลูกศรชี้ ให้นำหมายเลขที่จดไว้จากเครื่องที่เราจะเข้าไปตีท้าย com มากรอก เว้นวรรคให้ถูกด้วย เช่น 11 111 111
จากนั้นคลิกที่ Remote Support
แล้วคลิกปุ่ม Connect to Partnerถ้าหากเห็นหน้าจอดังภาพ
จากนั้นคลิกที่ Remote Support
แล้วคลิกปุ่ม Connect to Partnerถ้าหากเห็นหน้าจอดังภาพ
ให้คลิกปุ่ม OK ผ่านไปได้เลย
หลังจากนั้นถ้ามิได้มีเหตุผิดปรกติอันใดเกิดขึ้น เราจะได้เห็นหน้าจอให้กำหนดรหัสผ่าน ดังภาพ
หลังจากนั้นถ้ามิได้มีเหตุผิดปรกติอันใดเกิดขึ้น เราจะได้เห็นหน้าจอให้กำหนดรหัสผ่าน ดังภาพ
ก็ทำการป้อนรหัสผ่านของเครื่องที่เราจะไปตีท้ายครัว (รหัสผ่านที่เรากำหนดตอนติดตั้งโปรแกรม)
แล้วคลิกปุ่ม Log On
แอ่นแอนแอ๊นนนนนนน ท่านก็จะได้เห็นภาพของเครื่องที่ท่านเข้าไปตีท้ายครัวมาปรากฎอยู่ตรงหน้า
ที่เหลือมั่วต่อเอง
แล้วคลิกปุ่ม Log On
แอ่นแอนแอ๊นนนนนนน ท่านก็จะได้เห็นภาพของเครื่องที่ท่านเข้าไปตีท้ายครัวมาปรากฎอยู่ตรงหน้า
ที่เหลือมั่วต่อเอง
เรื่องที่ 2 ดาวเทียมสื่อสาร
ดาวเทียมสื่อสาร
ดาวเทียมสื่อสาร (อังกฤษ: communication satellite หรือเรียกสั้นๆ ว่า comsat) เป็นดาวเทียมที่มีจุดประสงค์เพื่อการสื่อสารและโทรคมนาคม จะถูกส่งไปในช่วงของอวกาศเข้าสู่วงโคจรโดยมีความห่างจากพื้นโลกโดยประมาณ 35.786 กิโลเมตร ซึ่งความสูงในระดับนี้จะเป็นผลทำให้เกิดแรงดึงดูดระหว่างโลกกับดาวเทียม ในขณะที่โลกหมุนก็จะส่งแรงเหวี่ยง ทำให้ดาวเทียมเกิดการโคจรรอบโลกตามการหมุนของโลก
ประวัติ
ผู้ริเริ่มแนวคิดการสื่อสารดาวเทียมคือ อาเธอร์ ซี คลาร์ก (Arthur C. Clarke) นักเขียนนวนิยายและสารคดีวิทยาศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาสร้างจินตนาการการสื่อสารดาวเทียมตั้งแต่ปี ค.ศ. 1945 โดยเขียนบทความเรื่อง "Extra Terrestrial Relay" ในนิตยสาร Wireless World ฉบับเดือนตุลาคม 1945 ซึ่งบทความนั้นได้กล่าวถึงการเชื่อมระบบสัญญาณวิทยุจากมุมโลกหนึ่งไปยังอีกมุมโลกหนึ่ง ให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้สถานีถ่ายทอดวิทยุที่ลอยอยู่ในอวกาศเหนือพื้นโลกขึ้นไปประมาณ 35,786 กิโลเมตร จำนวน 3 สถานี
ในวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1957 ข้อคิดในบทความของอาร์เธอร์ ซี คลาร์ก เริ่มเป็นจริงขึ้นมาเมื่อสหภาพโซเวียตได้ส่งดาวเทียมสปุตนิกซึ่งเป็นดาวเทียมดวงแรกของโลกขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จ ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1958 สหรัฐอเมริกาได้ส่งดาวเทียมเพื่อการสื่อสารดวงแรกที่ชื่อว่า สกอร์ (SCORE) ขึ้นสู่อวกาศ และได้บันทึกเสียงสัญญาณที่เป็นคำกล่าวอวยพรของดไวต์ ดี. โอเซนฮาวร์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เนื่องเทศกาลคริสต์มาสจากสถานีภาคพื้นดินแล้วถ่ายทอดสัญญาณจากดาวเทียมลงมาสู่ชาวโลก นับเป็นการส่งวิทยุกระจายเสียงจากดาวเทียมภาคพื้นโลกได้เป็นครั้งแรก
วันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ. 1964 ประเทศสมาชิกสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) จำนวน 11 ประเทศ ร่วมกันจัดตั้งองค์การโทรคมนาคมทางดาวเทียมระหว่างประเทศ หรือเรียกว่า “อินเทลแซท” ขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา โดยให้ประเทศสมาชิกเข้าถือหุ้นดำเนินการใช้ดาวเทียมเพื่อกิจการโทรคมนาคมพานิชย์แห่งโลก INTELSAT ตั้งคณะกรรมการ INTERIM COMMUNICATIONS SATELLITE COMMITTEE (ICSC) จัดการในธุรกิจต่าง ๆ ตามนโยบายของ ICSC เช่นการจัดสร้างดาวเทียมการปล่อยดาวเทียมการกำหนดมาตรฐานสถานีภาคพื้นดิน การกำหนดค่าเช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียม เป็นต้น
วันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 1964 ได้มีการถ่ายทอดโทรทัศน์พิธีเปิดงานกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 18 จากกรุงโตเกียว ผ่านดาวเทียม “SYNCOM III” ไปสหรัฐอเมริกานับได้ว่าเป็นการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมครั้งแรกของโลก
วันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1965 COMSAT ส่งดาวเทียม “TELSAT 1” หรือในชื่อว่า EARLY BIRD ส่งขึ้นเหนือมหาสมุทรแอตแลนติก ถือว่าเป็นดาวเทียมเพื่อการสื่อสาร เพื่อการพานิชย์ดวงแรกของโลก ในระยะหลังมีหลายประเทศที่มีดาวเทียมเป็นของตนเอง (DOMSAT) เพื่อใช้ในการสื่อสารภายในประเทศ
- PALAPA ของอินโดนีเซีย
- SAKURA ของญี่ปุ่น
- COMSTAR ของอเมริกา และ THAICOM ของ ประเทศไทย
เรื่องที่ 1 ชนิดของสายเคเบิ้ล
ชนิดของสายเคเบิ้ล
สายเคเบิลชนิดที่หุ้มด้วยอลูมิเนียม (ชนิด ALS )
สายเคเบิลชนิดที่หุ้มด้วยอลูมิเนียม (ชนิด ALS ) ได้มาจากสายตัวนำเคลือบฉนวนที่บรรจุในท่ออลูมิเนียม ซึ่งปราศจาก
รอยตะเข็บ ไม่ยอมให้อะไรไหลผ่านได้ รวมทั้งยาวต่อเนื่องและต่อกันอย่างเหนี่ยวแน่น สามารถใช้งานแบบเดียวกับชนิด MI
ถ้าหาก ใช้ข้อต่อปลายสายที่ถูกต้องเหมาะกับงาน
สายเคเบิลที่หุ้มด้วยโลหะ (ทั้งชนิด AC ACR ACT ACV และ ACL)
สายเคเบิลที่หุ้มด้วยโลหะ (ทั้งชนิด AC ACR ACT ACV และ ACL) รวมทั้งสายตัวนำเคลือบฉนวนและมีเครื่องห่อหุ้ม โลหะที่ยืดหยุ่นได้ เหมาะกับระบบที่ใช้แรงดันไม่เกิน 600 โวลท์ สายเคเบิล
ที่หุ้มเกราะชนิด AC ACH ACHH และ ACT (ชนิดนี้รวม ทั้งสายตัวนำที่มีฉนวนเป็นพวกยางและพลาสติกทนความร้อน ที่มี
ทั้งแถบยึดเหนียว ภายในเกราะโลหะที่ขดเป็นวง) ใช้สำหรับการเดินสายภายในทั่วไป ยกเว้นในที่ที่มีความชื้นหรือภายใน
กำแพงอิฐบล็อคที่อยู่ต่ำกว่าระดับพื้นดินชนิด ACV และ ACR (สายเคเบิลหุ้มเกราะที่ทำจากสายตัวนำที่เคลือบฉนวน) จำนวน
ผ้าลินินชุบวาร์นิช (varnished cambric) หรือยาง อาจถูกเลือกไปใช้งานอุตสาหกรรม และวงการค้าที่แห้งและเปิดโล่ง ส่วน
ชนิด ACL (สายเคเบิลหุ้มเกราะที่ทำจาก สายตัวนำซึ่งหุ้มด้วยตะกั่ว) อาจใช้ติดตั้งในที่ที่โดนอากาศ และมีความชื้นอยู่สม่ำเสมอ
หรือฝังดิน หรือที่ที่มีอันตรายจากน้ำมัน น้ำมันก๊าด
ในที่ที่สายเคเบิลหุ้มเกราะชนิด interlocked
ในที่ที่สายเคเบิลหุ้มเกราะชนิด interlocked ใช้ในท้องถิ่นใดได้ ก็มักนิยมใช้เพื่อให้ผ่านสิ่งกีดขวางอันได้แก่ ตัวอาคาร
เสาคาน หรือ wall offsets ส่วนประกอบที่สำคัญๆ มีสายตัวนำเคลือบฉนวน ที่มีหรือไม่มีเครื่องห่อหุ้มป้องกัน พิเศษและห่อไว้
ในเกราะโลหะที่ยืดหยุ่น ทั้งยังใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมได้อีกด้วย การวางสายแบบนี้จึงปลอดภัย เมื่อเทียบกับ ท่อโลหะที่
แข็งแกร่ง ซ้ำราคาติดตั้งยังถูกกว่า เพราะลดปริมาณรายการของที่จะใช้ อาทิเช่น กล่องดึง ไม่จำเป็นต้องมีข้อต่อ เป็นช่วงๆ และ
ยังกำจัดการดัดท่อและการต่อท่อด้วย และยังเดินสายได้ต่อเนื่องเป็นระยะทางยาวๆ
สายเคเบิลหุ้มเกราะแบบ interlocked
สายเคเบิลหุ้มเกราะแบบ interlocked ให้ความปลอดภัยมากเมื่อเทียบกับท่อโลหะอันแข็งแกร่ง สภาพความยืดหยุ่น
ทำให้มันงอตามสิ่งกีดขวาง และยังสามารถติดตั้งอย่างต่อเนื่องได้เป็นทางยาวๆ โดยไม่ต้องมีข้อต่อหรือกล่องดึง และยังค้ำ
ได้ด้วย ที่ยึดหลายแบบ เช่น พวก trays troughs ladder และ hangers ทำให้ตรวจรอยต่อแท็ป วางสายเคเบิลใหม่ และเพิ่มเติม
ได้ง่าย การเลือกการเดินสายไฟวงจรย่อย ควรพิจารณาองค์ประกอบดังนี้ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางสม่ำเสมอหรือไม่ มีการ
เคลือบขี้ผึ้งหรือซิลิโคนเพื่อช่วยให้ดึงง่ายขึ้นหรือไม่ มีความเหนียวและความยืดหยุ่นเพียงใด สามารถทนกระแส ได้แค่ไหน
ฉนวนและเครื่องห่อหุ้มต้องผจญกับสภาวะทางไฟฟ้า ทางเคมี ทางกายภาพ อุณหภูมิ และความชื้นอย่างไร เราสามารถใช้ฉนวนร่วมกันได้มากมายหลายแบบ ทั้งนี้เพราะฉนวนและสิ่งห่อหุ้มอาจใช้พวกยาง ผ้าลินินชุบวาร์นิช
กระดาษชุบน้ำมันที่มีผ้าถักหุ้มอยู่ neoprene และสิ่งห่อหุ้มชนิดตะกั่ว และเกราะชนิด interlocked ก็อาจเป็นพวกเหล็กกล้า ไม่
เป็นสนิม หรือชนิดที่ชุบสังกะสี หรือเป็นอลูมิเนียม บรอนซ์ หรือสังกะสี
สายเคเบิลที่หุ้มเกราะ
สายเคเบิลที่หุ้มเกราะ มีทั้งที่สิ่งที่หุ้มภายนอกเป็นลวดหุ้มเกราะที่แข็งแรงมาก และพันเป็นขดแบบสปริง ล้อมรอบสาย
ตัวนำ หรืออาจเป็นเทปหุ้มเกราะที่พันรอบสายตัวนำเป็นรูปหอยโข่ง ช่วยให้ทนการกระแทกกระทั้นได้สูง โดยไม่จำเป็นต้อง
มีความยืดหยุ่นมากนัก และในงานที่ต้องทนการกัดกร่อนและปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้าได้ดี สายเคเบิลหุ้มเกราะแบบที่กล่าวมาแล้ว
อาจมีเครื่องห่อหุ้ม ชนิดพลาสติกหรือ neoprene ด้วยก็ได้
สายเคเบิลที่หุ้มด้วยอโลหะ (ชนิด NM และ NMC )
สายเคเบิลที่หุ้มด้วยอโลหะ (ชนิด NM และ NMC ) เป็นสายตัวนำเคลือบฉนวนจำพวกยางและพลาสติกทนความร้อนอีกแบบหนึ่งที่มีหรือไม่มีสายตัวนำลงดินแยกต่างหากก็ได้
และมีเครื่องห่อหุ้มภายนอกเป็นพวกอโลหะกันความร้อนและทนไฟได้ดี ชนิด NM เป็นชนิดที่ใช้ในการเดินสายภายใน ซึ่ง
ใช้ในที่แห้งเท่านั้น (ไม่ว่าจะเปิดโล่งหรือปิดมิดชิดตาม) โดยที่ต้องไม่โดนควันหรือไอที่มีฤทธิ์กัดกร่อน หรือต้อง ไม่ฝัง
คอนกรีต ศิลา หรือปูนพลาสเตอร์ ส่วนชนิด NMC ซึ่งทนต่อการกัดกร่อนและกันการขึ้นรา เหมาะกับงานแบบ เดียวกัน เว้น
แต่สามารถฝังในปูนพลาสเตอร์ หรือติดตั้งในร่องที่มีแผ่นเหล็กกล้าหนา 1/16 นิ้ว วางซ้อนไว้เพื่อป้องกัน อันตรายจากตะปู
ควงที่จะเข้าไป ดังที่กล่าวไว้ในหัวข้อ 336 ของ NEC
service entrance
service entrance สายเคเบิลอาจประกอบด้วยสายตัวนำทองแดงหรืออลูมิเนียม (A) หุ้มด้วยฉนวนกันความร้อน (B)
และ ผ้าเทปกันความชื้น (C) ระหัสสีเพื่อจำแนกวงจรโดยทั้งหมดหุ้มด้วยสายนิวตรอนที่มีจุดศูนย์กลางร่วม (D) สายชนิด SE
แบบ U ซึ่งมิได้หุ้มเกราะไว้ แต่หุ้มด้วยเทปต่างๆ (F) และมีสิ่งถักชั้นนอก (G) เช่นแก้ว และผ้าฝ้ายที่ชุบด้วยสารกันความชื้น
และสารกันไฟ ในที่สุดก็ประทับข้อมูลที่จำเป็นลงแทนพวกที่หุ้มเกราะแบบ A ยังมีชั้นเกราะเป็นเหล็กกล้า (E) เป็นตัวกันการ
ใช้งานผิดอีกด้วย
สายเคเบิลแบบ service entrance (ชนิด ASE SE และ USE)
สายเคเบิลแบบ service entrance (ชนิด ASE SE และ USE) เป็นสายรวมซึ่งมีสายหนึ่งไม่มี ฉนวนกัน ใส่ไว้ในเครื่อง
ห่อหุ้มที่เหมาะสมและเหมาะกับงานบริการต่างๆ ในจำพวกนี้ ชนิด SE มีเครื่องห่อหุ้ม ทนไฟและกันความชื้นได้ดี ส่วนชนิด
ASE ก็มีลักษณะสมบัติอย่างเดียวกัน รวมทั้งยังทนต่อความผิดพลาด เชิงกลได้ และชนิด USE (โดยมากใช้กับงานใต้ดิน) จึงมี
เครื่องห่อหุ้มภายนอกที่กันความชื้นเพียงอย่างเดียวก็พอ
สายป้อนไฟใต้ดินและสายเคเบิลสำหรับวงจรย่อย (ชนิด UF)
สายป้อนไฟใต้ดินและสายเคเบิลสำหรับวงจรย่อย (ชนิด UF) มีฉนวนทั้งจำพวกยางและพลาสติกที่มีเครื่องห่อหุ้มภายนอกซึ่งกันความชื้น ทนไฟ และกันการขึ้นราได้ด้วย มักใช้วิธีฝังดิน
โดยตรงโดยอาจใช้สายป้อนไฟหรือใช้ในวงจรย่อยที่มีการป้องกันกระแสเกินที่เหมาะสม ดังในหัวข้อ 339 ของ NEC
สายเคเบิลแบบ preassembled aerial
สายเคเบิลแบบ preassembled aerial เป็นชนิดที่มีโครงค้ำในตัว มีหลายแบบ เช่น สายตัวนำเดี่ยว ใช้ในวงจรเฟสเดียว
ไม่ต่อลงดิน โยมีแรงดันไม่เกิน 5 กิโลโวลท์ และที่มี messenger แบบแข็งเป็นทางลงดิน หรือเป็นชนิดตัวนำ 3 สายที่ออกแบบไว้
อย่างเดียวกันที่กล่าวมาแล้วคือ ใช้กับแรงดันไม่เกิน 5 กิโลโวลท์หรือเป็นชนิดสายตัวนำเดี่ยวหรือหลายๆสาย ซึ่งใช้กับแรงดัน
สูงๆ และมีจุดนิวตรอนลงดิน เกี่ยวกับทางด้านเศรษฐกิจ ด้านทุนของการติดตั้งเคเบิลแบบ preassembled aerial ต่ำกว่าของโครงสร้างใต้ดินมาก และ
ถึงมันจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าสายไฟลอยก็ตาม ค่าใช้จ่ายประจำปีทั้งหมดของสายเคเบิลที่มีโครงค้ำในตัว โดยมากจะต่ำกว่าเพราะ
เรา ได้กำจัดการใช้เสาต้นสูงๆ ด้วยกรอบรับสาย และค่าใช้จ่ายในการตัดกิ่งไม้ ดังนั้นในที่ที่ค่าใช้จ่ายของสายเคเบิลใต้ดินไม่ใช่
เรื่องสำคัญ รวมทั้งการใช้สายไฟลอยไม่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจแล้ว เราก็ควรใช้สายเคเบิล preassemble aerial ในงานนั้นๆ
รอยตะเข็บ ไม่ยอมให้อะไรไหลผ่านได้ รวมทั้งยาวต่อเนื่องและต่อกันอย่างเหนี่ยวแน่น สามารถใช้งานแบบเดียวกับชนิด MI
ถ้าหาก ใช้ข้อต่อปลายสายที่ถูกต้องเหมาะกับงาน
ที่หุ้มเกราะชนิด AC ACH ACHH และ ACT (ชนิดนี้รวม ทั้งสายตัวนำที่มีฉนวนเป็นพวกยางและพลาสติกทนความร้อน ที่มี
ทั้งแถบยึดเหนียว ภายในเกราะโลหะที่ขดเป็นวง) ใช้สำหรับการเดินสายภายในทั่วไป ยกเว้นในที่ที่มีความชื้นหรือภายใน
กำแพงอิฐบล็อคที่อยู่ต่ำกว่าระดับพื้นดินชนิด ACV และ ACR (สายเคเบิลหุ้มเกราะที่ทำจากสายตัวนำที่เคลือบฉนวน) จำนวน
ผ้าลินินชุบวาร์นิช (varnished cambric) หรือยาง อาจถูกเลือกไปใช้งานอุตสาหกรรม และวงการค้าที่แห้งและเปิดโล่ง ส่วน
ชนิด ACL (สายเคเบิลหุ้มเกราะที่ทำจาก สายตัวนำซึ่งหุ้มด้วยตะกั่ว) อาจใช้ติดตั้งในที่ที่โดนอากาศ และมีความชื้นอยู่สม่ำเสมอ
หรือฝังดิน หรือที่ที่มีอันตรายจากน้ำมัน น้ำมันก๊าด
เสาคาน หรือ wall offsets ส่วนประกอบที่สำคัญๆ มีสายตัวนำเคลือบฉนวน ที่มีหรือไม่มีเครื่องห่อหุ้มป้องกัน พิเศษและห่อไว้
ในเกราะโลหะที่ยืดหยุ่น ทั้งยังใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมได้อีกด้วย การวางสายแบบนี้จึงปลอดภัย เมื่อเทียบกับ ท่อโลหะที่
แข็งแกร่ง ซ้ำราคาติดตั้งยังถูกกว่า เพราะลดปริมาณรายการของที่จะใช้ อาทิเช่น กล่องดึง ไม่จำเป็นต้องมีข้อต่อ เป็นช่วงๆ และ
ยังกำจัดการดัดท่อและการต่อท่อด้วย และยังเดินสายได้ต่อเนื่องเป็นระยะทางยาวๆ
ทำให้มันงอตามสิ่งกีดขวาง และยังสามารถติดตั้งอย่างต่อเนื่องได้เป็นทางยาวๆ โดยไม่ต้องมีข้อต่อหรือกล่องดึง และยังค้ำ
ได้ด้วย ที่ยึดหลายแบบ เช่น พวก trays troughs ladder และ hangers ทำให้ตรวจรอยต่อแท็ป วางสายเคเบิลใหม่ และเพิ่มเติม
ได้ง่าย
เคลือบขี้ผึ้งหรือซิลิโคนเพื่อช่วยให้ดึงง่ายขึ้นหรือไม่ มีความเหนียวและความยืดหยุ่นเพียงใด สามารถทนกระแส ได้แค่ไหน
ฉนวนและเครื่องห่อหุ้มต้องผจญกับสภาวะทางไฟฟ้า ทางเคมี ทางกายภาพ อุณหภูมิ และความชื้นอย่างไร
กระดาษชุบน้ำมันที่มีผ้าถักหุ้มอยู่ neoprene และสิ่งห่อหุ้มชนิดตะกั่ว และเกราะชนิด interlocked ก็อาจเป็นพวกเหล็กกล้า ไม่
เป็นสนิม หรือชนิดที่ชุบสังกะสี หรือเป็นอลูมิเนียม บรอนซ์ หรือสังกะสี
ตัวนำ หรืออาจเป็นเทปหุ้มเกราะที่พันรอบสายตัวนำเป็นรูปหอยโข่ง ช่วยให้ทนการกระแทกกระทั้นได้สูง โดยไม่จำเป็นต้อง
มีความยืดหยุ่นมากนัก และในงานที่ต้องทนการกัดกร่อนและปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้าได้ดี สายเคเบิลหุ้มเกราะแบบที่กล่าวมาแล้ว
อาจมีเครื่องห่อหุ้ม ชนิดพลาสติกหรือ neoprene ด้วยก็ได้
และมีเครื่องห่อหุ้มภายนอกเป็นพวกอโลหะกันความร้อนและทนไฟได้ดี ชนิด NM เป็นชนิดที่ใช้ในการเดินสายภายใน ซึ่ง
ใช้ในที่แห้งเท่านั้น (ไม่ว่าจะเปิดโล่งหรือปิดมิดชิดตาม) โดยที่ต้องไม่โดนควันหรือไอที่มีฤทธิ์กัดกร่อน หรือต้อง ไม่ฝัง
คอนกรีต ศิลา หรือปูนพลาสเตอร์ ส่วนชนิด NMC ซึ่งทนต่อการกัดกร่อนและกันการขึ้นรา เหมาะกับงานแบบ เดียวกัน เว้น
แต่สามารถฝังในปูนพลาสเตอร์ หรือติดตั้งในร่องที่มีแผ่นเหล็กกล้าหนา 1/16 นิ้ว วางซ้อนไว้เพื่อป้องกัน อันตรายจากตะปู
ควงที่จะเข้าไป ดังที่กล่าวไว้ในหัวข้อ 336 ของ NEC
และ ผ้าเทปกันความชื้น (C) ระหัสสีเพื่อจำแนกวงจรโดยทั้งหมดหุ้มด้วยสายนิวตรอนที่มีจุดศูนย์กลางร่วม (D) สายชนิด SE
แบบ U ซึ่งมิได้หุ้มเกราะไว้ แต่หุ้มด้วยเทปต่างๆ (F) และมีสิ่งถักชั้นนอก (G) เช่นแก้ว และผ้าฝ้ายที่ชุบด้วยสารกันความชื้น
และสารกันไฟ ในที่สุดก็ประทับข้อมูลที่จำเป็นลงแทนพวกที่หุ้มเกราะแบบ A ยังมีชั้นเกราะเป็นเหล็กกล้า (E) เป็นตัวกันการ
ใช้งานผิดอีกด้วย
ห่อหุ้มที่เหมาะสมและเหมาะกับงานบริการต่างๆ ในจำพวกนี้ ชนิด SE มีเครื่องห่อหุ้ม ทนไฟและกันความชื้นได้ดี ส่วนชนิด
ASE ก็มีลักษณะสมบัติอย่างเดียวกัน รวมทั้งยังทนต่อความผิดพลาด เชิงกลได้ และชนิด USE (โดยมากใช้กับงานใต้ดิน) จึงมี
เครื่องห่อหุ้มภายนอกที่กันความชื้นเพียงอย่างเดียวก็พอ
โดยตรงโดยอาจใช้สายป้อนไฟหรือใช้ในวงจรย่อยที่มีการป้องกันกระแสเกินที่เหมาะสม ดังในหัวข้อ 339 ของ NEC
ไม่ต่อลงดิน โยมีแรงดันไม่เกิน 5 กิโลโวลท์ และที่มี messenger แบบแข็งเป็นทางลงดิน หรือเป็นชนิดตัวนำ 3 สายที่ออกแบบไว้
อย่างเดียวกันที่กล่าวมาแล้วคือ ใช้กับแรงดันไม่เกิน 5 กิโลโวลท์หรือเป็นชนิดสายตัวนำเดี่ยวหรือหลายๆสาย ซึ่งใช้กับแรงดัน
สูงๆ และมีจุดนิวตรอนลงดิน
ถึงมันจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าสายไฟลอยก็ตาม ค่าใช้จ่ายประจำปีทั้งหมดของสายเคเบิลที่มีโครงค้ำในตัว โดยมากจะต่ำกว่าเพราะ
เรา ได้กำจัดการใช้เสาต้นสูงๆ ด้วยกรอบรับสาย และค่าใช้จ่ายในการตัดกิ่งไม้ ดังนั้นในที่ที่ค่าใช้จ่ายของสายเคเบิลใต้ดินไม่ใช่
เรื่องสำคัญ รวมทั้งการใช้สายไฟลอยไม่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจแล้ว เราก็ควรใช้สายเคเบิล preassemble aerial ในงานนั้นๆ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











